03_ความอยู่ตัว (Soundness)
เป็นการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ โดยการนำความสามาถในการแข็งตัวของซีเมนต์เพสท์ที่ค้างอยู่ในสภาพรูปปริมาตรภายหลังการก่อตัว (Setting) แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นจากการเผาจนกลายเป็น ปูนขาวอิสระ หรือ แมกนีเซีย (Magnesia) ที่มีจำนวนมากจะเป็นตัวทำลาย เท่ากับเป็นการขาดความปลอดภัยนั่นเอง
ทดลองด้วยวิธี (Autoclave) (ASTM C 151)
เป็นหม้อต้มแรงดันสูง โดยนำตัวอย่างทดลองเป็นแท่งซีเมนต์เพสท์เมื่อตอนผสมมีความเหลวปกติ (Normal consistency) ขนาดของแท่งที่หล่อ 1 x 1 นิ้ว ยาว 11 1/4 นิ้ว และ มีขาเหล็กเสียบที่ไม่เป็นสนิม dia 1/4 นิ้ว ที่ปลายทั้งสองยื่นออกมา 3/16 นิ้ว ให้ระยะที่ปลายส่วนที่เสียบทั้งสองหัวมีความยาว 10 นิ้ว วางตัวอย่างใน Autoclave เมื่อถึงเวลา 24 ชม. ของการหล่อแท่งให้ high-pressure steam atmosphere 295 ปอนด์ต่อตารางนิ้ว (20 กก./ตร.ซม.) ด้วยอุณหภูมิ 215.7 *C ภายในเวลา 1 ชม. และทิ้งไว้รวม 3 ชม. โดยค่อยลดความร้อนลงจนปกติ นำความยาวที่ได้จากการวัดและเปรียบเทียบกับความยาวเดิม ด้วยเครื่องมือเปรียบเทียบความยาว (Length Comparator) มีขีดแบ่งละเอียดถึง 0.0001 นิ้ว สำหรับปอร์ตแลนด์ซีเมนต์จะมีการขยายตัวไม่มากกว่า 0.8 %
คุณสมบัติของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
วันอาทิตย์ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
คุณสมบัติ_02_ความถ่วงจำเพาะ
02_ความถ่วงจำเพาะของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
จากการทดลองโดยนำปูนซีเมนต์แทนที่ในน้ำมันก๊าด (kerosene) โดยวิธีมาตรฐาน
พบว่าอยู่ในค่าเฉลี่ย ประมาณ 3.12 ถึง 3.16
พบว่า ปูนซีเมนต์ตราเสือ มี ถ.พ. 2.90
ปูนซีเมนต์ตราเอราวัณ และ ตราช้าง 3.05
ค่าความถ่วงจำเพาะของปูนซีเมนต์นี้ มีประโยชน์ใช้ในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต (Mixed Design)
จากการทดลองโดยนำปูนซีเมนต์แทนที่ในน้ำมันก๊าด (kerosene) โดยวิธีมาตรฐาน
พบว่าอยู่ในค่าเฉลี่ย ประมาณ 3.12 ถึง 3.16
พบว่า ปูนซีเมนต์ตราเสือ มี ถ.พ. 2.90
ปูนซีเมนต์ตราเอราวัณ และ ตราช้าง 3.05
ค่าความถ่วงจำเพาะของปูนซีเมนต์นี้ มีประโยชน์ใช้ในการออกแบบส่วนผสมคอนกรีต (Mixed Design)
วันศุกร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2553
คุณสมบัติ_01_ความละเอียด (Fineness)
01_ความละเอียด (Fineness)
-เป็นคุณสมบัติทางกายภาพประการหนึ่ง และ มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา (Hydration)
-ปูนซีเมนต์ที่ละเอียด จะทำให้ผลิต กำลังขึ้นได้เร็ว
-การเพิ่มความละเอียดมากขึ้น ผลคือ จำนวนของน้ำที่ต้องการสำหรับความยุบ (Slump) ของคอนกรีตลดลง
(*ใช้น้ำน้อยลง*)
-ปูนซีเมนต์ที่มีความละเอียดมาก ได้แก่ ชนิด high - early strenght cement ชนิด III
-การทดลองความละเอียด เรียก พื้นผิวจำเพาะ (Specific suface) มีหน่วยเป็น ตารางเซนติเมตร/กรัม
ทดลองได้ 2 วิธี
1. Blaine air-permeability test ทดลองโดยการซึมของอากาศผ่านผิวของซ๊เมนต์ที่กักอยู่
2. The Wagner turbidimeter test ทดลองโดยพิจารณาความขุ่นของน้ำปูนซีเมนต์
-เป็นคุณสมบัติทางกายภาพประการหนึ่ง และ มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยา (Hydration)
-ปูนซีเมนต์ที่ละเอียด จะทำให้ผลิต กำลังขึ้นได้เร็ว
-การเพิ่มความละเอียดมากขึ้น ผลคือ จำนวนของน้ำที่ต้องการสำหรับความยุบ (Slump) ของคอนกรีตลดลง
(*ใช้น้ำน้อยลง*)
-ปูนซีเมนต์ที่มีความละเอียดมาก ได้แก่ ชนิด high - early strenght cement ชนิด III
-การทดลองความละเอียด เรียก พื้นผิวจำเพาะ (Specific suface) มีหน่วยเป็น ตารางเซนติเมตร/กรัม
ทดลองได้ 2 วิธี
1. Blaine air-permeability test ทดลองโดยการซึมของอากาศผ่านผิวของซ๊เมนต์ที่กักอยู่
2. The Wagner turbidimeter test ทดลองโดยพิจารณาความขุ่นของน้ำปูนซีเมนต์

คุณสมบัติของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
คุณสมบัติของปูนซีเมนต์ปอร์ตแลนด์
ปกติ โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ แต่ละโรง จะกำหนด ส่วนผสมที่แน่นอนไว้ ทางเคมี (Chemical composition)
หรือ บางแห่งกำหนดโดยคุณสมบัติทางกายภาพ (Physical properties) อาจกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือกำหนด ส่วนผสมทั้ง 2 อย่าง ก็ได้ และ ต้องนำมาทำการทดลองในแต่ละโรงงานไปว่ามีครบถ้วนตามกำหนด
มีข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น
1. ความละเอียด (Fineness)
2. เวลาของการก่อตัว (Time of setting)
3. ความอยู่ตัว (Soundness)
4. กำลัง (Strength)
5. ความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ (Heat of hydration)
ปกติ โรงงานผลิตปูนซีเมนต์ แต่ละโรง จะกำหนด ส่วนผสมที่แน่นอนไว้ ทางเคมี (Chemical composition)
หรือ บางแห่งกำหนดโดยคุณสมบัติทางกายภาพ (Physical properties) อาจกำหนดอย่างใดอย่างหนึ่ง
หรือกำหนด ส่วนผสมทั้ง 2 อย่าง ก็ได้ และ ต้องนำมาทำการทดลองในแต่ละโรงงานไปว่ามีครบถ้วนตามกำหนด
มีข้อกำหนดต่าง ๆ เช่น
1. ความละเอียด (Fineness)
2. เวลาของการก่อตัว (Time of setting)
3. ความอยู่ตัว (Soundness)
4. กำลัง (Strength)
5. ความร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อทำปฏิกิริยากับน้ำ (Heat of hydration)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)